คำถามที่พบบ่อย
คำถามทั่วไป
ควรนัดหมายก่อนเข้ามาที่คลินิกไหม?
ตอบ แนะนำให้นัดหมายล่วงหน้า เนื่องจากทางคลินิกให้ความสำคัญกับการตรวจประเมินและการรักษาอย่างละเอียดในแต่ละราย หากไม่ได้ทำการนัดหมายล่วงหน้า อาจจำเป็นต้องรอคิวนานกว่าปกติ
ทำไมจึงแนะนำให้เข้ามาตรวจประเมินอาการที่คลินิก?
ตอบ การเข้ามาตรวจประเมินอาการที่คลินิกช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสภาพระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ สภาวะร่างกาย และอาการแสดงต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน เพื่อค้นหาสาเหตุและกลไกของอาการ ทำให้การวินิจฉัยและการให้คำปรึกษามีความแม่นยำมากที่สุด (มีค่าตรวจและให้คำปรึกษา 300 บาท)
การประเมินดังกล่าวไม่สามารถทำได้อย่างครบถ้วนผ่านการโทรศัพท์หรือการสื่อสารทางข้อความ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ความแตกต่างของมุมกล้อง แสง สีหน้าจอ หรือคุณภาพของภาพถ่าย
การตรวจประเมินที่คลินิกช่วยให้แพทย์สามารถพิจารณาในด้านต่าง ๆ ได้ เช่น
-
การทดสอบกล้ามเนื้อและแนวกระดูก เพื่อระบุตำแหน่งและลักษณะของปัญหา
-
การสังเกตสีผิวและลักษณะภายนอก เช่น อาการบวมน้ำ ความผิดรูป หรือรอยคล้ำ
-
การประเมินท่าทางการเดิน การเคลื่อนไหว และรูปแบบการใช้งานกล้ามเนื้อ
-
การสังเกตการพูด จังหวะการหายใจ ระดับน้ำเสียง และอาการแสดงอื่น ๆ
-
การจับชีพจร การสังเกตสีหน้า และการดูสีลิ้น เพื่อใช้ประกอบการประเมินสภาวะร่างกายตามศาสตร์แพทย์แผนจีน
สามารถตรวจประเมินอาการ และรับการรักษาในวันเดียวกันได้หรือไม่?
ตอบ ได้ แพทย์จะทำการตรวจประเมินอาการและให้คำแนะนำแนวทางการรักษาก่อน โดยมีค่าตรวจและให้คำปรึกษา 300 บาท และหากเหมาะสม สามารถเข้ารับการรักษาหรือทำหัตถการได้ภายในวันเดียวกัน
จำเป็นต้องมีญาติ หรือผู้ดูแลมาด้วยหรือไม่?
ตอบ ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปหลังการรักษาอาจมีอาการอ่อนเพลีย ง่วง หรือรู้สึกเมื่อยล้า คล้ายภาวะหลังการออกกำลังกายหนัก ซึ่งสามารถกลับบ้านได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม หากท่านมีอาการค่อนข้างมาก หรือมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว แนะนำให้มีญาติหรือผู้ดูแลมาด้วยในจำนวนที่เหมาะสม เพื่อความสะดวกและความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกันหลายท่านเกินไป
มาช้า เลื่อน หรือยกเลิกคิวได้หรือไม่ หากมาสายจะกระทบต่อการรักษาหรือไม่??
ตอบ หากมีเหตุจำเป็น กรุณาแจ้งให้ทางคลินิกทราบโดยเร็วที่สุด ทางคลินิกเข้าใจในกรณีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุจำเป็นต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ขอความกรุณาให้เกียรติในเวลานัดหมายของแพทย์และผู้รับบริการท่านอื่นด้วย
ในกรณีที่ท่านมาสาย ทางคลินิกจะพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม แต่ท่านอาจจำเป็นต้องรอจนกว่าการรักษาของผู้ที่นัดหมายตามเวลาก่อนหน้าจะเสร็จสิ้น เนื่องจากทางคลินิกมีตารางนัดหมายต่อเนื่อง และเพื่อไม่ให้ผู้รับบริการรายอื่นได้รับผลกระทบ จึงอาจไม่สามารถรับการรักษาได้ทันที ทั้งนี้ขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น
คำถ ามการเงิน
สามารถชำระเงินวิธีไหนได้บ ้าง?
ตอบ ทางคลินิกรับชำระเงินด้วยเงินสด (เฉพาะสกุลเงินบาท), บัตรเครดิต (Visa และ Mastercard), การโอนเงินผ่านธนาคาร, การสแกน QR พร้อมเพย์ และ Alipay
มีโปรโมชั่น หรือราคาพิเศษหรือไม่?
ตอบ ขออภัย ทางคลินิกไม่มีการจัดโปรโมชั่นหรือราคาพิเศษใด ๆ ค่าบริการคิดตามการประเมินและการรักษาในแต่ละครั้ง จึงไม่จำเป็นต้องรอช่วงลดราคา
ค่ารักษาคิดอย่างไร รายครั้งหรือคอร์ส มีแพ็กเกจหรือไม่?
ตอบ ทางคลินิกคิดค่ารักษาเป็นรายครั้งเท่านั้น และไม่มีการจำหน่ายแพ็กเกจหรือคอร์สรักษา เนื่องจากในแต่ละครั้งแพทย์จะประเมินอาการและวางแผนการรักษาตามสภาพร่างกายและอาการปัจจุบัน ซึ่งอาจแตกต่างจากครั้งก่อน วิธีการรักษาและค่าบริการในแต่ละครั้งจึงอาจไม่เท่ากัน
สามารถเบิกค่ารักษากับประกันได้หรือไม่?
ตอบ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับตัวแทนประกันของท่านโดยตรง เนื่องจากเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันแต่ละกรมธรรม์แตกต่างกัน ผู้รับบริการต้องชำระค่ารักษาให้ทางคลินิกก่อน และทางคลินิกสามารถออกใบรับรองการรักษาและใบเสร็จรับเงิน เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นเคลมกับบริ ษัทประกัน
สามารถใช้ประกันสังคมได้หรือไม่?
ตอบ ขออภัย ทางคลินิกไม่รับสิทธิประกันสังคมค่ะ
คำถามการรักษา
ก่อนการรักษาควรเตรียมตัวอย่างไร?
ตอบ
-
ควรรับประทานอาหารก่อนเข้ารับการฝังเข็มประมาณ 1–2 ชั่วโมง เนื่องจากการฝังเข็มในขณะที่ร่างกายอ่อนเพลีย หิว หรืออิ่มมากเกินไป อาจเพิ่มโอกาสเกิดอาการเวียนศีรษะหรือเมาเข็ม
-
ควรทำจิตใจให้ผ่อนคลาย พักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอในคืนก่อนเข้ารับการรักษา
-
แนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป (ไม่จำเป็นต้องกังวล ทางคลินิกมีชุดสำหรับเปลี่ยนให้บริการ)
-
กรุณาแจ้งแพทย์เกี่ยวกับอาการทั้งหมดที่ท่านมี ไม่เฉพาะอาการหลักที่มารับการรักษา เนื่องจากแพทย์แผนจีนพิจารณาร่างกายเป็นองค์รวม ข้อมูลที่ครบถ้วนจะช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษามีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
การรักษามีข้อห้ามหรือข้อควรระวังอะไรบ้าง?
ตอบ
ข้อควรระวัง
(สามารถรับการฝังเข็ม ครอบแก้ว หรือใช้ยาสมุนไพรจีนได้ แต่อาจมีข้อจำกัดในบางกรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์)
-
ภาวะอ่อนเพลีย หิว หรืออิ่มแน่นมากเกินไปในขณะเข้ารับการรักษา
-
ผู้ที่มีโรคหัวใจ มีภาวะวิตกกังวล กลัวเข็มอย่างรุนแรง หรือไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า และแนะนำให้มีญาติหรือผู้ดูแลอยู่ด้วยระหว่างการรักษา
-
ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker implantation) ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการฝังเข็มทุกครั้ง
-
สตรีมีครรภ์
-
ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
ข้อห้าม
(ห้ามฝังเข็มหรือครอบแก้วโดยเด็ดขาด ทั้งนี้อาจสามารถใช้ยาสมุนไพรจีนได้ในบางกรณี ภายใต้การพิจารณาของแพทย์)
-
มีแผลเปิดหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะทำการรักษา
-
โรคหลอดเลือดหรือภาวะที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
-
ผู้ที่ใช้ยาดังต่อไปนี้ภายในระยะเวลา 14 วัน
-
ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants)
-
ยาละลายลิ่มเลือด (rtPA)
-
LMWH เช่น Fraxiparin และ Clexane
-
Pradaxa (Dabigatran)
-
Xarelto (Rivaroxaban)
-
Eliquis (Apixaban)
-
Lixiana (Edoxaban)
-
Orfarin (Warfarin)
-
Heparin
-
ใช้เวลารักษาต่อครั้งประมาณกี่นาที?
ตอบ ระยะเวลาการรักษาในแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับอาการและวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละราย โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที
สามารถรักษาร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันได้หรือไม่?
ตอบ ได้ สามารถรักษาควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม หากท่านมีผลการตรวจทางการแพทย์ เช่น ผลเลือด ภาพเอกซเรย์ (X-ray) ภาพ MRI หรือเอกสารทางการแพทย์อื่น ๆ แนะนำให้นำมาแสดงแก่แพทย์เมื่อเข้ารับการตรวจที่คลินิก เพื่อประกอบการประเมินและวางแผนการรักษาอย่างรอบคอบและปลอดภัย
สามารถใช้ผลตรวจจากต่างประเทศได้หรือไม่?
ตอบ สามารถนำผลการตรวจจากต่างประเทศมาใช้ประกอบการประเมินได้ ทางคลินิกยินดีพิจารณา อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อจำกัดบางประการ เช่น เกณฑ์การตรวจ วิธีการตรวจ หรือหน่วยวัดผลที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาและแปลผลตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี
สามารถรักษาหลายอาการพร้อมกันได้หรือไม่?
ตอบ สามารถรักษาหลายอาการพร้อมกันได้ โดยแนะนำให้แจ้งแพทย์เกี่ยวกับอาการทั้งหมดที่ท่านมี เนื่องจากแพทย์แผนจีนมองร่างกายเป็นองค์รวม การให้ข้อมูลครบถ้วนจะช่วยให้การวินิจฉัยและวางแผนการรักษามีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของหัตถการ เช่น การฝังเข็ม หากอาการต่าง ๆ สามารถรักษาพร้อมกันได้ ก็สามารถดำเนินการในครั้งเดียวกันได้ อย่างไรก็ตาม หากอาการมีลักษณะแตกต่างกันมากและต้องใช้ท่าทางการรักษาที่ต่างกัน เช่น อาการปวดสะบักที่ต้องนอนคว่ำ และอาการปวดเข่าที่ต้องนอนหงาย อาจจำเป็นต้องทำการฝังเข็มแยกเป็น 2 รอบภายในครั้งเดียว โดยค่าบริการจะคิดตามจำนวนรอบของหัตถการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินและดุลยพินิจของแพทย์
การรักษาเห็นผลถาวรหรือจำเป็นต้องทำต่อเนื่อง หากหยุดการรักษา อาการจะกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่?
ตอบ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ สภาพร่างกาย และการดูแลตนเองของผู้รับบริการแต่ละราย หากผู้รับบริการสามารถปรับพฤติกรรมและดูแลร่างกายในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผลการรักษามักคงอยู่ได้นาน แต่หากยังมีปัจจัยที่ทำให้ร่างกายเกิดความสึกหรอหรือใช้งานผิดซ้ำ ๆ ผลการรักษาอาจไม่ยั่งยืน
ตัวอย่างเช่น
-
ในกรณีอาการปวดเมื่อยเล็กน้อย กล้ามเนื้อได้รับการดูแลดี และผู้รับบริการมีวินัยในการดูแลร่างกายและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม อาจรับการรักษาเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ
-
หากอาการปวดเมื่อยเกิดจากการทำงานหรือใช้งานร่างกายในท่าเดิมซ้ำ ๆ และยังคงมีพฤติกรรมเดิมอย่างต่อเนื่อง การรักษาจะช่วยบรรเทาอาการเป็นครั้ง ๆ ได้ แต่อาการอาจกลับมาเป็นซ้ำได้
-
สำหรับอาการทางอายุรกรรม เช่น ปัญหาการนอนหลับหรือระบบทางเดินอาหาร ผลการรักษาจะขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน หากสามารถควบคุมพฤติกรรมและดูแลสุขภาพได้อย่างสม่ำเสมอ อาการมักดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หากไม่สามารถปรับวิถีชีวิตได้ อาการก็มีโอกาสกลับมาอีก
หากเคยผ่าตัดและปัจจุบันมีการใส่เหล็กหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ สามารถรักษาได้หรือไม่?
ตอบ สามารถเข้ารับการรักษาได้ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีอาจมีข้อจำกัดด้านวิธีการหรือบริเวณที่สามารถรักษาได้ จึงขอความกรุณาแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการผ่าตัดและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใส่อยู่ทุกครั้งก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย
สุภาพสตรีกำลังมีรอบเดือนสามารถทำการรักษาได้หรือไม่?
ตอบ สุภาพสตรีที่กำลังมีรอบเดือนสามารถเข้ารับการรักษาด้วยการฝังเข็มและครอบแก้วได้ โดยแพทย์จะเลือกจุดรักษาที่เหมาะสมเป็นกรณีไป อย่างไรก็ตาม อาจมีความรู้สึกขณะลงเข็มมากกว่าปกติเล็กน้อย
-
หากไม่มีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด หรือเวียนศีรษะ สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามปกติ
-
หากมีอาการอ่อนเพลียมาก แนะนำให้เลื่อนนัดเพื่อความปลอดภัย
ทั้งนี้ เนื่องจากการฝังเข็มช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อาจทำให้ปริมาณเลือดประจำเดือนในแต่ละวันมากขึ้นได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ปริมาณเลือดรวมตลอดรอบเดือนยังคงเท่าเดิม เพียงแต่อาจทำให้จำนวนวันของรอบเดือนสั้นลง เช่น จากเดิม 5 วัน เหลือประมาณ 4 วัน
หากตั้งครรภ์สามารถรับการรักษาได้หรือไม่?
ตอบ สามารถเข้ารับการรักษาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการที่ต้องการรักษาและช่วงอายุครรภ์
-
หากเป็นการรักษาเพื่อบำรุงครรภ์ หรือบรรเทาอาการแพ้ท้อง สามารถเข้ารับการรักษาได้
-
หากเป็นอาการปวดเมื่อยหรืออาการอื่น ๆ แพทย์จะพิจารณาตามบริเวณที่มีอาการและลักษณะของอาการเป็นรายกรณี โดยจะเลือกวิธีการและจุดรักษาที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของทั้งมารดาและทารกในครรภ์
