top of page

คำถามทั่วไป

ควรนัดหมายก่อนเข้ามาที่คลินิกไหม?

ตอบ แนะนำให้นัดหมายล่วงหน้า เนื่องจากทางคลินิกให้ความสำคัญกับการตรวจประเมินและการรักษาอย่างละเอียดในแต่ละราย หากไม่ได้ทำการนัดหมายล่วงหน้า อาจจำเป็นต้องรอคิวนานกว่าปกติ

ทำไมจึงแนะนำให้เข้ามาตรวจประเมินอาการที่คลินิก?

ตอบ การเข้ามาตรวจประเมินอาการที่คลินิกช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสภาพระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ สภาวะร่างกาย และอาการแสดงต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วน เพื่อค้นหาสาเหตุและกลไกของอาการ ทำให้การวินิจฉัยและการให้คำปรึกษามีความแม่นยำมากที่สุด (มีค่าตรวจและให้คำปรึกษา 300 บาท)

       การประเมินดังกล่าวไม่สามารถทำได้อย่างครบถ้วนผ่านการโทรศัพท์หรือการสื่อสารทางข้อความ เนื่องจากยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ความแตกต่างของมุมกล้อง แสง สีหน้าจอ หรือคุณภาพของภาพถ่าย

 

การตรวจประเมินที่คลินิกช่วยให้แพทย์สามารถพิจารณาในด้านต่าง ๆ ได้ เช่น

  • การทดสอบกล้ามเนื้อและแนวกระดูก เพื่อระบุตำแหน่งและลักษณะของปัญหา

  • การสังเกตสีผิวและลักษณะภายนอก เช่น อาการบวมน้ำ ความผิดรูป หรือรอยคล้ำ

  • การประเมินท่าทางการเดิน การเคลื่อนไหว และรูปแบบการใช้งานกล้ามเนื้อ

  • การสังเกตการพูด จังหวะการหายใจ ระดับน้ำเสียง และอาการแสดงอื่น ๆ

  • การจับชีพจร การสังเกตสีหน้า และการดูสีลิ้น เพื่อใช้ประกอบการประเมินสภาวะร่างกายตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

สามารถตรวจประเมินอาการ และรับการรักษาในวันเดียวกันได้หรือไม่?

ตอบ ได้ แพทย์จะทำการตรวจประเมินอาการและให้คำแนะนำแนวทางการรักษาก่อน โดยมีค่าตรวจและให้คำปรึกษา 300 บาท และหากเหมาะสม สามารถเข้ารับการรักษาหรือทำหัตถการได้ภายในวันเดียวกัน

จำเป็นต้องมีญาติ หรือผู้ดูแลมาด้วยหรือไม่?

ตอบ ขึ้นอยู่กับอาการของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปหลังการรักษาอาจมีอาการอ่อนเพลีย ง่วง หรือรู้สึกเมื่อยล้า คล้ายภาวะหลังการออกกำลังกายหนัก ซึ่งสามารถกลับบ้านได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม หากท่านมีอาการค่อนข้างมาก หรือมีข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว แนะนำให้มีญาติหรือผู้ดูแลมาด้วยในจำนวนที่เหมาะสม เพื่อความสะดวกและความปลอดภัย ไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกันหลายท่านเกินไป

มาช้า เลื่อน หรือยกเลิกคิวได้หรือไม่ หากมาสายจะกระทบต่อการรักษาหรือไม่??

ตอบ หากมีเหตุจำเป็น กรุณาแจ้งให้ทางคลินิกทราบโดยเร็วที่สุด ทางคลินิกเข้าใจในกรณีเหตุฉุกเฉินหรือเหตุจำเป็นต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ขอความกรุณาให้เกียรติในเวลานัดหมายของแพทย์และผู้รับบริการท่านอื่นด้วย
ในกรณีที่ท่านมาสาย ทางคลินิกจะพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเหมาะสม แต่ท่านอาจจำเป็นต้องรอจนกว่าการรักษาของผู้ที่นัดหมายตามเวลาก่อนหน้าจะเสร็จสิ้น เนื่องจากทางคลินิกมีตารางนัดหมายต่อเนื่อง และเพื่อไม่ให้ผู้รับบริการรายอื่นได้รับผลกระทบ จึงอาจไม่สามารถรับการรักษาได้ทันที ทั้งนี้ขออภัยในความไม่สะดวกที่อาจเกิดขึ้น

คำถามการเงิน

สามารถชำระเงินวิธีไหนได้บ้าง?

ตอบ ทางคลินิกรับชำระเงินด้วยเงินสด (เฉพาะสกุลเงินบาท), บัตรเครดิต (Visa และ Mastercard), การโอนเงินผ่านธนาคาร, การสแกน QR พร้อมเพย์ และ Alipay

มีโปรโมชั่น หรือราคาพิเศษหรือไม่?

ตอบ ขออภัย ทางคลินิกไม่มีการจัดโปรโมชั่นหรือราคาพิเศษใด ๆ ค่าบริการคิดตามการประเมินและการรักษาในแต่ละครั้ง จึงไม่จำเป็นต้องรอช่วงลดราคา

ค่ารักษาคิดอย่างไร รายครั้งหรือคอร์ส มีแพ็กเกจหรือไม่?

ตอบ ทางคลินิกคิดค่ารักษาเป็นรายครั้งเท่านั้น และไม่มีการจำหน่ายแพ็กเกจหรือคอร์สรักษา เนื่องจากในแต่ละครั้งแพทย์จะประเมินอาการและวางแผนการรักษาตามสภาพร่างกายและอาการปัจจุบัน ซึ่งอาจแตกต่างจากครั้งก่อน วิธีการรักษาและค่าบริการในแต่ละครั้งจึงอาจไม่เท่ากัน

สามารถเบิกค่ารักษากับประกันได้หรือไม่?

ตอบ แนะนำให้สอบถามรายละเอียดกับตัวแทนประกันของท่านโดยตรง เนื่องจากเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันแต่ละกรมธรรม์แตกต่างกัน ผู้รับบริการต้องชำระค่ารักษาให้ทางคลินิกก่อน และทางคลินิกสามารถออกใบรับรองการรักษาและใบเสร็จรับเงิน เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการยื่นเคลมกับบริษัทประกัน

สามารถใช้ประกันสังคมได้หรือไม่?

ตอบ ขออภัย ทางคลินิกไม่รับสิทธิประกันสังคมค่ะ

คำถามการรักษา

ก่อนการรักษาควรเตรียมตัวอย่างไร?

ตอบ

  • ควรรับประทานอาหารก่อนเข้ารับการฝังเข็มประมาณ 1–2 ชั่วโมง เนื่องจากการฝังเข็มในขณะที่ร่างกายอ่อนเพลีย หิว หรืออิ่มมากเกินไป อาจเพิ่มโอกาสเกิดอาการเวียนศีรษะหรือเมาเข็ม

  • ควรทำจิตใจให้ผ่อนคลาย พักผ่อนและนอนหลับให้เพียงพอในคืนก่อนเข้ารับการรักษา

  • แนะนำให้สวมใส่เสื้อผ้าที่สบาย ไม่รัดแน่นจนเกินไป (ไม่จำเป็นต้องกังวล ทางคลินิกมีชุดสำหรับเปลี่ยนให้บริการ)

  • กรุณาแจ้งแพทย์เกี่ยวกับอาการทั้งหมดที่ท่านมี ไม่เฉพาะอาการหลักที่มารับการรักษา เนื่องจากแพทย์แผนจีนพิจารณาร่างกายเป็นองค์รวม ข้อมูลที่ครบถ้วนจะช่วยให้การวินิจฉัยและการรักษามีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

การรักษามีข้อห้ามหรือข้อควรระวังอะไรบ้าง?

ตอบ

ข้อควรระวัง
(สามารถรับการฝังเข็ม ครอบแก้ว หรือใช้ยาสมุนไพรจีนได้ แต่อาจมีข้อจำกัดในบางกรณี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์)

  • ภาวะอ่อนเพลีย หิว หรืออิ่มแน่นมากเกินไปในขณะเข้ารับการรักษา

  • ผู้ที่มีโรคหัวใจ มีภาวะวิตกกังวล กลัวเข็มอย่างรุนแรง หรือไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า และแนะนำให้มีญาติหรือผู้ดูแลอยู่ด้วยระหว่างการรักษา

  • ผู้ที่มีเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (Pacemaker implantation) ต้องแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการฝังเข็มทุกครั้ง

  • สตรีมีครรภ์

  • ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
     

ข้อห้าม
(ห้ามฝังเข็มหรือครอบแก้วโดยเด็ดขาด ทั้งนี้อาจสามารถใช้ยาสมุนไพรจีนได้ในบางกรณี ภายใต้การพิจารณาของแพทย์)

  • มีแผลเปิดหรือติดเชื้อในบริเวณที่จะทำการรักษา

  • โรคหลอดเลือดหรือภาวะที่มีความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด

  • ผู้ที่ใช้ยาดังต่อไปนี้ภายในระยะเวลา 14 วัน

    • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants)

    • ยาละลายลิ่มเลือด (rtPA)

    • LMWH เช่น Fraxiparin และ Clexane

    • Pradaxa (Dabigatran)

    • Xarelto (Rivaroxaban)

    • Eliquis (Apixaban)

    • Lixiana (Edoxaban)

    • Orfarin (Warfarin)

    • Heparin

ใช้เวลารักษาต่อครั้งประมาณกี่นาที?

ตอบ ระยะเวลาการรักษาในแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับอาการและวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละราย โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 45–90 นาที

สามารถรักษาร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบันได้หรือไม่?

ตอบ ได้ สามารถรักษาควบคู่กับแพทย์แผนปัจจุบันได้อย่างเหมาะสม หากท่านมีผลการตรวจทางการแพทย์ เช่น ผลเลือด ภาพเอกซเรย์ (X-ray) ภาพ MRI หรือเอกสารทางการแพทย์อื่น ๆ แนะนำให้นำมาแสดงแก่แพทย์เมื่อเข้ารับการตรวจที่คลินิก เพื่อประกอบการประเมินและวางแผนการรักษาอย่างรอบคอบและปลอดภัย

สามารถใช้ผลตรวจจากต่างประเทศได้หรือไม่?

ตอบ สามารถนำผลการตรวจจากต่างประเทศมาใช้ประกอบการประเมินได้ ทางคลินิกยินดีพิจารณา อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อจำกัดบางประการ เช่น เกณฑ์การตรวจ วิธีการตรวจ หรือหน่วยวัดผลที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งแพทย์จะพิจารณาและแปลผลตามความเหมาะสมเป็นรายกรณี

สามารถรักษาหลายอาการพร้อมกันได้หรือไม่?

ตอบ สามารถรักษาหลายอาการพร้อมกันได้ โดยแนะนำให้แจ้งแพทย์เกี่ยวกับอาการทั้งหมดที่ท่านมี เนื่องจากแพทย์แผนจีนมองร่างกายเป็นองค์รวม การให้ข้อมูลครบถ้วนจะช่วยให้การวินิจฉัยและวางแผนการรักษามีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

 

ในส่วนของหัตถการ เช่น การฝังเข็ม หากอาการต่าง ๆ สามารถรักษาพร้อมกันได้ ก็สามารถดำเนินการในครั้งเดียวกันได้ อย่างไรก็ตาม หากอาการมีลักษณะแตกต่างกันมากและต้องใช้ท่าทางการรักษาที่ต่างกัน เช่น อาการปวดสะบักที่ต้องนอนคว่ำ และอาการปวดเข่าที่ต้องนอนหงาย อาจจำเป็นต้องทำการฝังเข็มแยกเป็น 2 รอบภายในครั้งเดียว โดยค่าบริการจะคิดตามจำนวนรอบของหัตถการ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการประเมินและดุลยพินิจของแพทย์

การรักษาเห็นผลถาวรหรือจำเป็นต้องทำต่อเนื่อง หากหยุดการรักษา อาการจะกลับมาเป็นซ้ำหรือไม่?

ตอบ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ สภาพร่างกาย และการดูแลตนเองของผู้รับบริการแต่ละราย หากผู้รับบริการสามารถปรับพฤติกรรมและดูแลร่างกายในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผลการรักษามักคงอยู่ได้นาน แต่หากยังมีปัจจัยที่ทำให้ร่างกายเกิดความสึกหรอหรือใช้งานผิดซ้ำ ๆ ผลการรักษาอาจไม่ยั่งยืน
ตัวอย่างเช่น

  • ในกรณีอาการปวดเมื่อยเล็กน้อย กล้ามเนื้อได้รับการดูแลดี และผู้รับบริการมีวินัยในการดูแลร่างกายและการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม อาจรับการรักษาเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอ

  • หากอาการปวดเมื่อยเกิดจากการทำงานหรือใช้งานร่างกายในท่าเดิมซ้ำ ๆ และยังคงมีพฤติกรรมเดิมอย่างต่อเนื่อง การรักษาจะช่วยบรรเทาอาการเป็นครั้ง ๆ ได้ แต่อาการอาจกลับมาเป็นซ้ำได้

  • สำหรับอาการทางอายุรกรรม เช่น ปัญหาการนอนหลับหรือระบบทางเดินอาหาร ผลการรักษาจะขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน หากสามารถควบคุมพฤติกรรมและดูแลสุขภาพได้อย่างสม่ำเสมอ อาการมักดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หากไม่สามารถปรับวิถีชีวิตได้ อาการก็มีโอกาสกลับมาอีก

หากเคยผ่าตัดและปัจจุบันมีการใส่เหล็กหรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ สามารถรักษาได้หรือไม่?บการรักษาได้หรือไม่?

ตอบ สามารถเข้ารับการรักษาได้ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีอาจมีข้อจำกัดด้านวิธีการหรือบริเวณที่สามารถรักษาได้ จึงขอความกรุณาแจ้งแพทย์เกี่ยวกับประวัติการผ่าตัดและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใส่อยู่ทุกครั้งก่อนเข้ารับการรักษา เพื่อให้แพทย์สามารถประเมินและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

สุภาพสตรีกำลังมีรอบเดือนสามารถทำการรักษาได้หรือไม่?

ตอบ สุภาพสตรีที่กำลังมีรอบเดือนสามารถเข้ารับการรักษาด้วยการฝังเข็มและครอบแก้วได้ โดยแพทย์จะเลือกจุดรักษาที่เหมาะสมเป็นกรณีไป อย่างไรก็ตาม อาจมีความรู้สึกขณะลงเข็มมากกว่าปกติเล็กน้อย

  • หากไม่มีอาการอ่อนเพลีย หน้ามืด หรือเวียนศีรษะ สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามปกติ

  • หากมีอาการอ่อนเพลียมาก แนะนำให้เลื่อนนัดเพื่อความปลอดภัย

ทั้งนี้ เนื่องจากการฝังเข็มช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อาจทำให้ปริมาณเลือดประจำเดือนในแต่ละวันมากขึ้นได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ปริมาณเลือดรวมตลอดรอบเดือนยังคงเท่าเดิม เพียงแต่อาจทำให้จำนวนวันของรอบเดือนสั้นลง เช่น จากเดิม 5 วัน เหลือประมาณ 4 วัน

หากตั้งครรภ์สามารถรับการรักษาได้หรือไม่?

ตอบ สามารถเข้ารับการรักษาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการที่ต้องการรักษาและช่วงอายุครรภ์

  • หากเป็นการรักษาเพื่อบำรุงครรภ์ หรือบรรเทาอาการแพ้ท้อง สามารถเข้ารับการรักษาได้

  • หากเป็นอาการปวดเมื่อยหรืออาการอื่น ๆ แพทย์จะพิจารณาตามบริเวณที่มีอาการและลักษณะของอาการเป็นรายกรณี โดยจะเลือกวิธีการและจุดรักษาที่เหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของทั้งมารดาและทารกในครรภ์

การเข้าถึงและบริการ

คลินิกสื่อสารภาษาใดได้บ้าง?

ตอบ ทางคลินิกสามารถสื่อสารภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน สำหรับภาษาอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ จะใช้เครื่องมือแปลภาษาเพื่อช่วยในการสื่อสาร

ทางคลินิกมีรถเข็นให้บริการหรือไม่?

ตอบ ขออภัย ทางคลินิกไม่มีรถเข็นให้บริการ มีเพียงอุปกรณ์ช่วยเดินแบบวอล์กเกอร์ 4 ขาให้ยืมใช้งานเท่านั้น หากท่านจำเป็นต้องใช้รถเข็น กรุณานำรถเข็นส่วนตัวมาเอง และหากมีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว แนะนำให้มีญาติหรือผู้ดูแลมาด้วยเพื่อความสะดวกและความปลอดภัย

มีบริการรักษานอกสถานที่หรือไม่?

ตอบ ขออภัยค่ะ ทางคลินิกไม่มีบริการรักษานอกสถานที่ หากท่านประสงค์เข้ารับการตรวจ หรือพบแพทย์ของเรา กรุณาเดินทางมาที่คลินิกเท่านั้น

คลินิกมีบริการรับ - ส่ง คนไข้หรือไม่?

ตอบ ขออภัย ทางคลินิกไม่มีบริการรถรับ–ส่ง ผู้รับบริการจำเป็นต้องเดินทางมาที่คลินิกด้วยตนเอง

คำถามยาจีน

ยาจีนของคลินิกขมและรับประทานยากหรือไม่?

ตอบ ยาสมุนไพรจีนของคลินิกส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบตำรับสำเร็จรูป เช่น แคปซูล และยาผงสำหรับชงดื่ม มีการปรับสูตรให้รับประทานง่าย ไม่ต้องต้ม ไม่ขม อีกทั้งไม่มีการเติมสารเคมีออกฤทธิ์อื่น ๆ

ยาจีนของคลินิกมีรูปแบบใดบ้าง?

ตอบ ยาสมุนไพรจีนของคลินิกมีหลัก ๆ 2 รูปแบบ ดังนี้
1. ยาจีนชนิดแคปซูล
ข้อดี รับประทานง่าย ไม่มีรสชาติ ราคาไม่สูง (เริ่มต้นประมาณ 480 บาท) และสามารถปรับปริมาณยาได้สะดวก


ข้อจำกัด เนื่องจากเป็นสมุนไพรธรรมชาติที่ไม่ได้ผ่านการสกัด จำนวนแคปซูลที่ต้องรับประทานต่อวันจึงค่อนข้างมาก (โดยทั่วไปประมาณ 6 แคปซูลต่อวันต่อ 1 ตำรับ) ผู้ที่รับประทานยาได้ยาก สามารถเปิดแคปซูลชงกับน้ำอุ่นแทน หรือแบ่งรับประทานเป็นมื้อย่อย ๆได้


2. ยาจีนชนิดผงชงน้ำ
ข้อดี มีกลิ่นและรสชาติอ่อน ๆ รับประทานง่าย ปริมาณยาต่อวันน้อย และสามารถปรับขนาดยาได้สะดวก


ข้อจำกัด ราคาสูงกว่ายาชนิดแคปซูล (เริ่มต้นประมาณ 900 บาท)
 

ยาสมุนไพรจีนอันตรายหรือไม่ มีสเตียรอยด์หรือไม่?

ตอบ ยาสมุนไพรจีนของทางคลินิกมีความปลอดภัย โดยควบคุมการจ่ายยาโดยแพทย์แผนจีนที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพถูกต้องตามกฎหมาย ทางคลินิกเป็นสถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตและมีสถานที่ให้บริการชัดเจน


อย่างไรก็ตามในคนไข้บางรายอาจเกิดอาการข้างเคียงได้ เช่น ผื่นคัน โดยเฉพาะในตำรับยาที่มีส่วนผสมจากสัตว์ หากมีอาการผิดปกติ แนะนำให้หยุดยาและแจ้งแพทย์ทันที ทั้งนี้ แพทย์จะอธิบายอาการที่อาจเกิดขึ้นให้ผู้รับบริการทราบก่อนการจ่ายยาอยู่แล้ว


ยาทุกตำรับของคลินิก ไม่มีการผสมสเตียรอยด์สังเคราะห์ หากตรวจพบจะมีบทลงโทษทางกฎหมายอย่างชัดเจน และสามารถดำเนินการแจ้งเอาผิดได้
อย่างไรก็ตาม ในธรรมชาติอาจมี สารสเตียรอยด์ตามธรรมชาติ ซึ่งพบได้ทั่วไปในมนุษย์ พืช และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ โดยมีโครงสร้างทางเคมีแตกต่างจากสเตียรอยด์สังเคราะห์อย่างสิ้นเชิง

ยาจีนสามารถรับประทานร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ยาแผนไทย หรือยาสมุนไพรอื่นได้หรือไม่?

ตอบ แนะนำให้แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาทุกชนิดที่ท่านกำลังรับประทานอยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงการออกฤทธิ์ซ้ำซ้อนหรือปฏิกิริยาระหว่างยา

 

  • ยาแผนปัจจุบัน สามารถรับประทานร่วมกันได้ โดยแนะนำให้เว้นระยะเวลาอย่างน้อย 1 ชั่วโมง และให้ยึดเวลาการรับประทานยาแผนปัจจุบันเป็นหลัก

 

  • ยาแผนไทยหรือยาสมุนไพรอื่น ๆ สามารถรับประทานร่วมกันได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสมุนไพรบางชนิดที่ใช้ในแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนจีนอาจมีฤทธิ์ใกล้เคียงหรือซ้ำซ้อนกัน จึงจำเป็นต้องแจ้งแพทย์เพื่อปรับตำรับยาจีนให้เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

เด็กหรือผู้สูงอายุสามารถรับประทานยาจีนได้หรือไม่?

ตอบ เด็กและผู้สูงอายุสามารถรับประทานยาสมุนไพรจีนได้ โดยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินอาการ เลือกตำรับยา และปรับปริมาณยาให้เหมาะสมตามช่วงวัย สภาพร่างกาย และความแข็งแรงของแต่ละบุคคล เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการรักษา 

มีสมุนไพรจีนแบบสดหรือแบบแห้งจำหน่ายหรือไม่?

ตอบ ขออภัย ทางคลินิกไม่มีจำหน่ายสมุนไพรจีนแบบสดหรือแบบแห้ง แนะนำให้ติดต่อร้านยาจีนโดยตรงเพื่อสอบถามและจัดซื้อสมุนไพรในรูปแบบดังกล่าว

รับจัดตำรับยาจีนตามใบสั่งหรือไม่?

ตอบ ขออภัย ทางคลินิกไม่รับจัดตำรับยาจีนตามใบสั่งจากภายนอก แนะนำให้ติดต่อร้านยาจีนโดยตรงเพื่อจัดยาในลักษณะดังกล่าว

คำถามการฝังเข็ม

การฝังเข็มได้ผลจริงไหม? มีกลไกการรักษาอย่างไร?

ตอบ สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับกลไกการออกฤทธิ์ของการฝังเข็ม รวมถึงตัวอย่างอาการที่ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ในบทความตามลิงก์นี้
👉 https://www.phangngaclinic.com/post/how-does-acupuncture-work

เข็มฝังเข็มเป็นอย่างไร เจ็บหรือไม่ และรู้สึกอย่างไร?

ตอบ เข็มที่ใช้ในการฝังเข็มเป็นเข็มตันแบบปลอดเชื้อ ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง (disposable) ขนาดและความยาวของเข็มจะเลือกให้เหมาะสมกับตำแหน่งจุดฝังเข็มและสภาพร่างกายของผู้รับบริการแต่ละราย


เข็มที่ผ่านการใช้งานแล้วจะถูกทำลายตามมาตรฐานทางการแพทย์ และไม่นำกลับมาใช้ซ้ำ


การฝังเข็มโดยทั่วไปไม่เจ็บเหมือนการฉีดยา เนื่องจากเข็มฝังเข็มเป็นเข็มตันและมีขนาดเล็กกว่าเข็มฉีดยาอย่างมาก ขณะลงเข็ม อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในช่วงที่เข็มผ่านชั้นผิวหนัง หลังจากนั้นอาจมีความรู้สึกหนัก ชา ตึง หรือรู้สึกคล้ายไฟฟ้าช็อตเล็กน้อย เมื่อเข็มถึงตำแหน่งจุดฝังเข็ม ซึ่งเป็นความรู้สึกปกติและคล้ายกับความรู้สึกขณะนวดแล้วกดโดนจุด

การฝังเข็มปลอดภัยหรือไม่ มีอันตรายอะไรบ้าง?

ตอบ การฝังเข็มเป็นวิธีการรักษาที่มีความปลอดภัยสูง หากดำเนินการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ และให้การรักษาโดยแพทย์หรือแพทย์แผนจีนที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือผลข้างเคียงรุนแรง


อาการหรือผลข้างเคียงที่อาจพบได้ ซึ่งมักเป็นอาการเล็กน้อยและจะดีขึ้นได้เองภายในประมาณ 72 ชั่วโมง ได้แก่

 

  • อาการปวดระบม หรือมีไข้ต่ำ ๆ สามารถรับประทานยาลดไข้หรือยาแก้ปวดทั่วไปได้

  • รอยบวม หรือรอยช้ำเล็กน้อย บริเวณที่ฝังเข็ม แนะนำให้ประคบเย็นในช่วง 24 ชั่วโมงแรก และหลังจากนั้นสามารถประคบร้อนได้

อย่างไรก็ตาม ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ภาวะปอดรั่ว เข็มงอ เข็มหัก หรือความเสี่ยงต่อการแท้งบุตร อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ผู้ให้การรักษาขาดความรู้ ความชำนาญ หรือไม่ปฏิบัติตามหลักการฝังเข็มอย่างถูกต้อง ดังนั้น การเลือกเข้ารับการรักษากับผู้ประกอบวิชาชีพที่ได้รับอนุญาตจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
 

ต้องรักษานานเท่าไหร่? และควรมารักษาบ่อยแค่ไหน?

ตอบ ระยะเวลาและความถี่ในการรักษาขึ้นอยู่กับลักษณะอาการ สภาพร่างกาย และการดูแลตนเองของผู้รับบริการแต่ละราย

หากสามารถปรับพฤติกรรมและดูแลร่างกายในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม ผลการรักษามักคงอยู่ได้นาน แต่หากยังมีปัจจัยที่ทำให้ร่างกายสึกหรอหรือใช้งานผิดซ้ำ ๆ ผลการรักษาอาจไม่ยั่งยืน

ในกรณีอาการปวดเมื่อยทั่วไป เบื้องต้นมักแนะนำให้รักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 3–5 ครั้ง เพื่อประเมินการตอบสนองต่อการรักษาและระยะเวลาการคงอยู่ของผลลัพธ์

ความถี่ในการฝังเข็มช่วงเริ่มต้นมักอยู่ที่ประมาณ 1–2 ครั้งต่อสัปดาห์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการและสภาพร่างกายของผู้รับบริการ หลังจากอาการดีขึ้นแล้ว สามารถค่อย ๆ เว้นระยะห่างของการรักษาออกไปได้ตามความเหมาะสมเป็นรายบุคคล

หลังการรักษาต้องดูแลอย่างไร และจำเป็นต้องพักฟื้นหรือไม่?

ตอบ หลังการรักษาสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องพักฟื้น อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาจมีอาการปวดระบมของกล้ามเนื้อหรือมีไข้ต่ำ ๆ ประมาณ 2–3 วัน โดยเฉพาะหลังการรักษาด้วยเทคนิค Dry Needling

คำแนะนำหลังการรักษา

  • ควรพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 1 วัน และหลีกเลี่ยงการทำงานหนักหรือการออกกำลังกายที่ใช้แรงมากเกินไป

  • งดอาบน้ำเป็นเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหลังการฝังเข็มหรือการครอบแก้ว

  • หากมีอาการดังต่อไปนี้หลังการรักษา ซึ่งมักจะดีขึ้นเองภายในประมาณ 72 ชั่วโมง สามารถดูแลเบื้องต้นได้ดังนี้

    • อาการไข้หรือปวดระบม สามารถรับประทานยาลดไข้หรือยาแก้ปวดทั่วไปได้

    • รอยบวมหรือรอยช้ำ ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกให้ประคบเย็น หลังจากนั้นสามารถเปลี่ยนเป็นการประคบร้อนได้

คำถามการครอบแก้ว

ครอบแก้วรู้สึกอย่างไร เจ็บหรือไม่?

ตอบ โดยทั่วไปการครอบแก้วจะไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ จะรู้สึกเพียงแรงดึง ตึง หรือหนักบริเวณผิวหนังที่ทำการครอบแก้ว ซึ่งเป็นความรู้สึกปกติระหว่างการรักษา

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของการเดินแก้ว (ครอบแก้วร่วมกับน้ำมัน) หากบริเวณที่ทำการรักษามีผังผืดหรือความตึงของเนื้อเยื่อมาก อาจทำให้รู้สึกเจ็บได้ค่อนข้างมากในครั้งแรกที่รับการรักษา ทั้งนี้ความรู้สึกจะลดลงเมื่อร่างกายเริ่มปรับตัว และผังผืดคลายตัวลง

รอยครอบแก้วจะหายในประมาณกี่วัน?

ตอบ รอยครอบแก้วจะค่อย ๆ จางลงและหายไปเองตามธรรมชาติ โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 5–10 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพการไหลเวียนเลือดและการฟื้นตัวของร่างกายของผู้รับบริการแต่ละราย

หลังครอบแก้วสามารถอาบแดดได้หรือไม่?

ตอบ หลังการทำครอบแก้ว ผิวหนังบริเวณที่รักษาจะมีความอ่อนแอและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดโดยตรง และเว้นระยะเวลาประมาณ 24–48 ชั่วโมง ก่อนอาบแดดหรือทำกิจกรรมที่ต้องเผชิญแสงแดดจัด เพื่อป้องกันการระคายเคืองและช่วยให้ผิวฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม

คำถามการกัวซาใบหน้า

การกัวซาใบหน้าคืออะไร?

ตอบ เป็นเทคนิคการดูแลสุขภาพตามศาสตร์แพทย์แผนจีน โดยใช้แผ่นกัวซากระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและระบบน้ำเหลืองบริเวณใบหน้า ช่วยลดอาการบวม คลายความตึงของกล้ามเนื้อใบหน้า ส่งเสริมความสมดุลของกล้ามเนื้อ ช่วยให้ใบหน้าดูกระชับ และฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูสดใสอย่างเป็นธรรมชาติ

กัวซาใบหน้าเหมาะกับใครบ้าง?

ตอบ โดยทั่วไปเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและความงามของใบหน้าในเชิงส่งเสริมและฟื้นฟูแบบธรรมชาติ โดยไม่ใช้สารเคมี รวมถึงผู้ที่มีอาการหน้าบวม กล้ามเนื้อใบหน้าและกรามตึง ตลอดจนผู้ที่ต้องใช้งานกล้ามเนื้อใบหน้าเป็นเวลานานในชีวิตประจำวัน เช่น ผู้ที่ต้องยิ้มหรือใช้สีหน้าตลอดทั้งวัน

ทำกัวซาใบหน้าแล้วเจ็บ หรือมีรอยช้ำไหม?

ตอบ การกัวซาใบหน้าใช้แรงกดที่อ่อนโยน โดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บ และไม่ควรมีรอยช้ำ อย่างไรก็ตาม อาจมีความรู้สึกตึง หน่วง หรือมีรอยแดงเล็กน้อยในบางบริเวณ โดยเฉพาะจุดที่มีกล้ามเนื้อใบหน้าตึงมากหรือมีการไหลเวียนเลือดไม่ดี ซึ่งอาการดังกล่าวมักหายได้เองภายในระยะเวลาไม่นาน

หากเคยฉีดโบท็อก ฟิลเลอร์ หรือสารอื่น ๆ สามารถทำกัวซาใบหน้าได้หรือไม่?

ตอบ แนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 1 เดือนหลังการฉีด และกรุณาแจ้งแพทย์ทุกครั้งว่ามีประวัติการฉีดในบริเวณใด เพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว เนื่องจากการกัวซาเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ซึ่งอาจทำให้สารที่ฉีดไว้สลายเร็วขึ้นและทำให้ระยะเวลาผลการรักษาของสารนั้นๆสั้นลง

ต้องทำกัวซาใบหน้ากี่ครั้งจึงจะเห็นผล?

ตอบ ทั่วไปสามารถสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของอาการบวม และความตึงของใบหน้าได้ตั้งแต่ครั้งแรก สำหรับผลด้านโครงหน้าและความสมดุลของกล้ามเนื้อจะเห็นชัดเจนมากขึ้นเมื่อทำอย่างต่อเนื่อง โดยจำนวนครั้งในการรักษาขึ้นอยู่กับสภาพกล้ามเนื้อ การดูแลตนเองในชีวิตประจำวัน และความพึงพอใจของแต่ละบุคคล

หลังทำกัวซาใบหน้าควรดูแลตนเองอย่างไร?

ตอบ เพื่อให้ร่างกายและผิวหน้าฟื้นตัวได้อย่างเหมาะสม แนะนำให้

  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละประมาณ 2 ลิตร

  • พักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมง

  • หลีกเลี่ยงลมเย็นจัดและการอยู่กลางแดดจัด

  • หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหนักหรือการทำทรีตเมนต์ที่รุนแรงในวันแรก 

ใครบ้างที่ไม่ควรทำกัวซาใบหน้า?

ตอบ ผู้ที่มีแผลสด ผิวหนังอักเสบหรือติดเชื้อ สิวอักเสบรุนแรง ผู้ที่มีภาวะเลือดออกง่าย หรือผู้ที่อยู่ระหว่างการรักษาทางการแพทย์บางประเภท รวมถึงผู้ที่มีภาวะอื่น ๆ ตามดุลยพินิจและการประเมินของแพทย์ 

ที่คลินิกมีบริการกัวซาบริเวณลำตัวไหม?

ตอบ ขออภัย ทางคลินิกไม่มีบริการกัวซาบริเวณลำตัวค่ะ

หากไม่พบคำถามที่สงสัย สามารถติดต่อสอบถามเราได้

เรายินดีหาคำตอบให้ทุกข้อสงสัย

bottom of page